การประชุมการป่าไม้ ครั้งที่ 26
The 26th Thailand Forestry Conference (TFC 26)
19 - 21 พฤศจิกายน 2568
ป่าไม้นำไทย ฝ่าวิกฤต สร้างโอกาส สู่ความยั่งยืน
Forests Empowering Thailand: From Crisis to Opportunity for a Sustainable Future
0
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานแล้ว
0
บทความ
0
ผู้ส่งบทความ
เกี่ยวกับ
“ป่าไม้นำไทย ฝ่าวิกฤต สร้างโอกาส สู่ความยั่งยืน”
“Forests Empowering Thailand: From Crisis to Opportunity for a Sustainable Future”
ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพบว่าปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาติทวีความรุนแรงและมีความถี่มากยิ่งขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติโดยปราศจากการทดแทนที่เหมาะสม การตัดไม้ทำลายป่า การเผาป่า การสร้างสิ่งก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ เกิดความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ และเกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้ขาดความมั่นคงทางอาหาร น้ำท่วมดินโคลนถล่ม ปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นในการวางแผนการใช้ที่ดิน การจัดการลุ่มน้ำ การเตือนภัยล่วงหน้า และจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นของชุมชนซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไปได้
“ป่าไม้” จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร สร้างสมดุลของระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด เป็นแนวป้องกันภัยตามธรรมชาติ เป็นคลังอาหารของชุมชน เป็นกลไกในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลดก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในอนาคตอันใกล้ ในด้านเศรษฐกิจ “ป่าไม้” จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการส่งเสริมปลูกป่าเศรษฐกิจ ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสร้างมูลค่าจากตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนนำทรัพยากรป่าไม้มาชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะเห็นได้ว่ามีการสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจโลก ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ตามที่ประเทศไทยกำหนดให้เป็นกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงต่อเวทีการประชุมภาคป่าไม้ขององค์การสหประชาชาติ (UNFF) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ว่าภายใต้เป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2579 ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ จึงมีความจำเป็น
ในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านป่าไม้ให้สอดคล้องกับ
1. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 15 (ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพ
เป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลาย
ทางชีวภาพ)
2. กรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก ฉบับคุณหมิง – มอนทรีออล (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: GBF) ภายใต้เป้าหมายการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติอย่างน้อยร้อยละ 30
ของพื้นที่โลกภายในปี พ.ศ. 2573 การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม และการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
3. แผนยุทธศาสตร์ป่าไม้แห่งสหประชาชาติ (United Nations Strategic Plan
for Forests 2017 - 2030)
4. สนับสนุนกับเป้าหมายป่าไม้โลก (Global Forest Goals: GFGs)
ด้วยเหตุนี้ การจัดการประชุมการป่าไม้ ครั้งที่ 26 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม “ป่าไม้นำไทย ฝ่าวิกฤต สร้างโอกาส สู่ความยั่งยืน Forests Empowering Thailand: From Crisis to Opportunity for a Sustainable Future” ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นเจ้าภาพหลักและมีหน่วยงานร่วมจัด ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ - แพร่ เฉลิมพระเกียรติ จึงมีเป้าหมายสำคัญในการเป็นเวทีกลาง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ แนวคิดและประสบการณ์จากทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมในการร่วมกำหนดทิศทาง และแนวทางปฏิบัติด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าไม้อย่างมีดุลยภาพ ครอบคลุมมิติของการฟื้นฟูและอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป้าหมาย Net Zero และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างครอบคลุมและเป็นธรรม และการบูรณาการแนวทางป่าไม้เพื่อความยั่งยืนในทุกระดับ เพื่อให้ “ป่าไม้” เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคม และเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยฝ่าวิกฤต สร้างโอกาส และก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง